SEO คือ อะไร ทำอย่างไรเว็บไซต์จึงจะติดหน้าแรก Google

SEO คือ อะไร ทำอย่างไรเว็บไซต์จึงจะติดหน้าแรก Google

Table of Contents

ทุกวันนี้เวลาคนต้องการหาข้อมูล สินค้า หรือบริการอะไรสักอย่าง สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคือการค้นหาผ่าน Google ธุรกิจจึงไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องสินค้าและบริการเท่านั้น แต่ยังแข่งขันกันว่า เว็บไซต์ของใครจะปรากฏอยู่บนหน้าแรกของผลการค้นหา เพราะหน้าแรกคือจุดที่ผู้ใช้งานคลิกมากที่สุด และมักเป็นแหล่งที่มาของลูกค้าที่มีคุณภาพสำหรับธุรกิจ

ด้วยเหตุนี้ หลายธุรกิจจึงเริ่มให้ความสำคัญกับการทำ SEO (Search Engine Optimization) หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับระบบการค้นหาของ Google เพื่อเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ติดอันดับ และถูกค้นพบได้ง่ายขึ้นโดยกลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหาสินค้าหรือบริการอยู่จริง

แม้คำว่า SEO จะเป็นคำที่ได้ยินกันบ่อยในวงการ การตลาดออนไลน์ แต่หลายคนยังอาจสงสัยว่า SEO คืออะไร ต้องเริ่มต้นอย่างไร และต้องทำอะไรบ้างจึงจะเห็นผลลัพธ์ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจ SEO แบบง่าย ๆ ตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงแนวทางการทำ SEO อย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีโอกาสไต่ขึ้นไปสู่หน้าแรกของ Google ได้มากขึ้น 🚀

📌 SEO คืออะไร?

SEO หรือ Search Engine Optimization คือ กระบวนการปรับแต่งเว็บไซต์และเนื้อหาให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ Search Engine โดยเฉพาะ Google เพื่อให้เว็บไซต์สามารถแสดงผลในอันดับต้น ๆ ของผลการค้นหาแบบ ไม่ต้องเสียค่าโฆษณา

เป้าหมายของ SEO ไม่ใช่แค่การดันอันดับ แต่คือ

  • ทำให้ Google เข้าใจเว็บไซต์ได้ง่าย
  • ทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดี
  • สร้างความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ในระยะยาว

เว็บไซต์ที่ทำ SEO อย่างถูกต้อง มักจะได้ทราฟฟิกอย่างต่อเนื่อง และมีต้นทุนต่อการได้ลูกค้าต่ำกว่าการโฆษณาในระยะยาว

⚙️ หลักการทำงานของ SEO

Google ใช้ระบบอัลกอริทึมในการจัดอันดับเว็บไซต์ โดยพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น

  • ความเกี่ยวข้องของเนื้อหากับคำค้นหา
  • คุณภาพและความลึกของเนื้อหา
  • โครงสร้างเว็บไซต์และความเร็วในการโหลด
  • ความน่าเชื่อถือจากเว็บไซต์อื่น (Backlink)

หากเว็บไซต์ของคุณตอบโจทย์ทั้ง Google และผู้ใช้งาน โอกาสติดหน้าแรกก็จะสูงขึ้นตามลำดับ

องค์ประกอบหลักของ SEO ที่ควรรู้

องค์ประกอบหลักของ SEO ที่ควรรู้

การทำ SEO ในปัจจุบันไม่ได้มีแค่การใส่คีย์เวิร์ดหรือสร้าง Backlink เท่านั้น แต่ต้องดูทั้ง คุณภาพของเนื้อหา โครงสร้างเว็บไซต์ ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมสำหรับการค้นหารูปแบบใหม่อย่าง AI Overviews และ AI Mode ด้วยค่ะ

📝 1. On-page SEO

On-page SEO คือการปรับองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในหน้าเว็บไซต์ เพื่อช่วยให้ทั้งผู้ใช้งานและ Search Engine เข้าใจว่าเนื้อหาในหน้านั้นเกี่ยวข้องกับอะไร เช่น

  • เลือกใช้คีย์เวิร์ดให้ตรงกับ Search Intent
  • เขียน SEO Title และ Meta Description ให้น่าสนใจ
  • วาง Primary Keyword และคำที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรมชาติ
  • จัดโครงสร้าง Heading เช่น H1, H2 และ H3 ให้ชัดเจน
  • ใช้ Internal Link เชื่อมโยงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องภายในเว็บไซต์
  • ปรับชื่อรูปภาพและ ALT Text ให้เหมาะสม
  • สร้างเนื้อหาที่ตอบคำถามของผู้ใช้งานได้ครบถ้วน

ไม่จำเป็นต้องใส่คีย์เวิร์ดซ้ำจำนวนมาก เพราะการทำ Keyword Stuffing อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี สิ่งสำคัญคือการทำให้เนื้อหาอ่านง่าย เป็นธรรมชาติ และตอบสิ่งที่ผู้ค้นหาต้องการจริง ๆ ค่ะ

🛠️ 2. Technical SEO

Technical SEO คือการปรับโครงสร้างและระบบเบื้องหลังเว็บไซต์ เพื่อช่วยให้ Google สามารถ Crawl, Render และ Index หน้าเว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

สิ่งสำคัญที่ควรตรวจสอบ เช่น

  • ความเร็วและประสิทธิภาพของเว็บไซต์
  • Core Web Vitals ได้แก่ LCP, INP และ CLS
  • เว็บไซต์รองรับการใช้งานบนมือถือ
  • HTTPS และความปลอดภัยของเว็บไซต์
  • URL มีโครงสร้างชัดเจน
  • XML Sitemap
  • Robots.txt
  • Canonical URL
  • Redirect และหน้า 404
  • Internal Link และโครงสร้างเว็บไซต์
  • ตรวจสอบสถานะการ Index ผ่าน Google Search Console

สำหรับ Core Web Vitals ควรพยายามทำให้ LCP ไม่เกิน 2.5 วินาที, INP ต่ำกว่า 200 มิลลิวินาที และ CLS ต่ำกว่า 0.1 เพื่อสร้างประสบการณ์ใช้งานที่ดีให้กับผู้เข้าชมค่ะ

เว็บไซต์ที่มีเนื้อหาดีแต่ Google เข้าไม่ถึง หน้าโหลดช้า หรือมีปัญหาด้านการ Index ก็อาจเสียโอกาสในการทำอันดับได้ค่ะ

🔗 3. Off-page SEO

Off-page SEO คือการสร้างความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์จากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะการได้รับการกล่าวถึงหรือลิงก์จากเว็บไซต์อื่นค่ะ

ตัวอย่างเช่น

  • Backlink จากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องและน่าเชื่อถือ
  • Brand Mention หรือการกล่าวถึงชื่อแบรนด์
  • Digital PR
  • Citation สำหรับธุรกิจ Local
  • รีวิวและชื่อเสียงของธุรกิจบนโลกออนไลน์
  • การเผยแพร่ข้อมูลหรือคอนเทนต์ที่เว็บไซต์อื่นต้องการอ้างอิง

การทำ Backlink ควรเน้น คุณภาพและความเกี่ยวข้องมากกว่าจำนวน และไม่ควรสร้างลิงก์จำนวนมากเพื่อหวังปั่นอันดับเพียงอย่างเดียว เพราะลิงก์ที่สร้างขึ้นเพื่อจัดการอันดับอาจเข้าข่าย Link Spam ตามนโยบายของ Google ค่ะ

✍️ 4. Content SEO และ Search Intent

เนื้อหายังคงเป็นหัวใจสำคัญของ SEO แต่การเขียนบทความยาวเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะติดอันดับค่ะ

สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่า ผู้ใช้งานต้องการอะไรจากคำค้นหานั้น

Search Intent ที่พบได้บ่อย เช่น

  • Informational – ต้องการข้อมูล เช่น “SEO คืออะไร”
  • Commercial – กำลังเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ เช่น “บริษัทรับทำ SEO เจ้าไหนดี”
  • Transactional – พร้อมซื้อหรือใช้บริการ เช่น “รับทำ SEO ราคา”
  • Navigational – ต้องการค้นหาเว็บไซต์หรือแบรนด์โดยตรง

เนื้อหาควรตอบ Intent ให้ตรง พร้อมให้ข้อมูลที่ครบ มีประโยชน์ และมีสิ่งที่แตกต่างจากเว็บไซต์อื่น ไม่ควรเพียงนำข้อมูลจากหลายเว็บไซต์มาเรียบเรียงใหม่โดยไม่มีข้อมูลหรือมุมมองเพิ่มเติมค่ะ

👤 5. E-E-A-T และความน่าเชื่อถือของเนื้อหา

Google ให้ความสำคัญกับแนวคิด E-E-A-T ซึ่งประกอบด้วย

  • Experience – ประสบการณ์จริง
  • Expertise – ความเชี่ยวชาญ
  • Authoritativeness – ความเป็นแหล่งข้อมูลที่ได้รับการยอมรับ
  • Trustworthiness – ความน่าเชื่อถือ

โดยเฉพาะ Trust หรือความน่าเชื่อถือ ถือเป็นส่วนสำคัญมากค่ะ

เว็บไซต์จึงควรแสดงข้อมูลให้ชัดเจน เช่น

  • ผู้เขียนบทความคือใคร
  • ผู้เขียนมีประสบการณ์หรือความเชี่ยวชาญด้านใด
  • มีแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้
  • มีหน้า About Us และข้อมูลบริษัทชัดเจน
  • ระบุวันที่เผยแพร่หรือวันที่อัปเดตเนื้อหา
  • สำหรับเนื้อหาเฉพาะทาง ควรมีผู้เชี่ยวชาญเขียนหรือตรวจสอบ

แนวคิดนี้ยิ่งสำคัญสำหรับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ การเงิน กฎหมาย หรือเรื่องที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจสำคัญของผู้ใช้งานค่ะ

🧩 6. Structured Data

Structured Data หรือ Schema Markup เป็นข้อมูลที่ช่วยให้ Search Engine เข้าใจรายละเอียดของหน้าเว็บไซต์ได้ชัดเจนขึ้นค่ะ

ตัวอย่าง Schema ที่สามารถนำมาใช้ตามประเภทเว็บไซต์ เช่น

  • Article
  • Breadcrumb
  • Organization
  • LocalBusiness
  • Product
  • Review
  • Event
  • Video

Structured Data ที่ถูกต้องอาจช่วยให้หน้าเว็บไซต์มีสิทธิ์แสดงผลในรูปแบบ Search Feature หรือ Rich Result บางประเภทได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าการใส่ Schema แล้ว Google จะต้องแสดง Rich Result หรือทำให้อันดับสูงขึ้นทันทีค่ะ

ควรเลือก Schema ให้ตรงกับเนื้อหาที่ผู้ใช้งานมองเห็นบนหน้าเว็บไซต์จริงค่ะ

🤖 7. SEO สำหรับ AI Overviews และ AI Mode

การค้นหาบน Google เริ่มมี AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้ง AI Overviews และ AI Mode ทำให้การทำ SEO ต้องคิดมากกว่าการแข่งขันเพื่ออันดับแบบเดิมเพียงอย่างเดียวค่ะ

อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องมี “Schema สำหรับ AI” หรือไฟล์พิเศษเพื่อให้เว็บไซต์มีโอกาสถูกนำไปแสดงใน AI Search ค่ะ

พื้นฐานที่ควรทำยังคงเป็น

  • ทำให้ Google Crawl และ Index เนื้อหาได้
  • เขียนเนื้อหาที่มีคุณภาพและตอบคำถามจริง
  • มีข้อมูลหรือมุมมองที่แตกต่างจากเนื้อหาทั่วไป
  • แสดงประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของผู้เขียน
  • ใช้ Internal Link เชื่อมโยงหัวข้อที่เกี่ยวข้อง
  • จัดเนื้อหาให้มีโครงสร้างชัดเจน
  • มีข้อความสำคัญอยู่ในรูปแบบ Text ที่ Google เข้าใจได้
  • ใช้ภาพและวิดีโอคุณภาพดีเมื่อเหมาะสม
  • ใช้ Structured Data ให้ตรงกับเนื้อหาจริง

เป้าหมายหลักไม่ควรเป็นเพียง “เขียนให้ AI อ่าน” แต่ควรสร้างข้อมูลที่มีคุณค่ามากพอให้ทั้งผู้ใช้งานและระบบค้นหาต้องการนำไปอ้างอิงค่ะ

🚀 ทำอย่างไรให้เว็บไซต์ติดหน้าแรก Google

✅ 1. เลือกคีย์เวิร์ดจาก Search Intent

ไม่ใช่ทุกคีย์เวิร์ดที่มี Search Volume สูงจะเหมาะกับธุรกิจ ควรเลือกคำที่

  • มีผู้ใช้งานค้นหาจริง
  • เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ
  • ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
  • มีระดับการแข่งขันที่เหมาะสม
  • มีโอกาสสร้าง Traffic, Lead หรือ Conversion

ตัวอย่างเช่น Keyword “SEO คือ” เหมาะกับการสร้างเนื้อหาให้ความรู้ แล้วใช้ Internal Link เชื่อมต่อไปยังหน้าบริการรับทำ SEO เพื่อพาผู้ใช้งานเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปของ Customer Journey ค่ะ

✅ 2. สร้าง Helpful Content ที่มีคุณค่า

Google ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยผู้ใช้งานจริง หรือที่เรียกว่า People-first Content ค่ะ

คอนเทนต์ที่ดีควร

  • ตอบคำถามหลักได้รวดเร็ว
  • ให้รายละเอียดครบถ้วน
  • มีข้อมูลจากประสบการณ์หรือความเชี่ยวชาญจริง
  • มีตัวอย่างประกอบ
  • อ้างอิงแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
  • อัปเดตข้อมูลที่ล้าสมัย
  • เพิ่มข้อมูลหรือมุมมองที่แตกต่างจากเว็บไซต์อื่น

ควรหลีกเลี่ยงการผลิตบทความจำนวนมากโดยใช้ข้อมูลซ้ำ ๆ หรือสร้างเนื้อหาเพียงเพื่อจับ Keyword โดยไม่ได้สร้างประโยชน์เพิ่มเติมให้กับผู้อ่านค่ะ

✅ 3. สร้าง Topic Authority ด้วย Content Cluster

แทนที่จะเขียนบทความแบบแยกออกจากกัน ควรวางโครงสร้างเนื้อหาเป็นกลุ่มหัวข้อที่เกี่ยวข้องกันค่ะ

ตัวอย่างหัวข้อหลัก SEO สามารถเชื่อมไปยังเนื้อหา เช่น

SEO คืออะไร → On-page SEO → Off-page SEO → Technical SEO → Keyword Research → Backlink → AI SEO

จากนั้นใช้ Internal Link เชื่อมโยงเนื้อหาเข้าหากัน เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาข้อมูลต่อได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ Search Engine เข้าใจโครงสร้างรวมถึงความสัมพันธ์ของเนื้อหาภายในเว็บไซต์ได้ดีขึ้นค่ะ

✅ 4. ปรับเว็บไซต์ให้เร็ว ใช้งานง่าย และ Google เข้าถึงได้

เว็บไซต์ควรให้ประสบการณ์ที่ดีกับผู้ใช้งานทุกอุปกรณ์ โดยเฉพาะมือถือค่ะ

ควรตรวจสอบ

  • Page Speed
  • Core Web Vitals
  • Mobile Usability
  • Navigation
  • Internal Link
  • Crawl และ Index
  • หน้า Error และ Redirect
  • HTTPS
  • โครงสร้างเว็บไซต์

เป้าหมายไม่ใช่เพียงทำคะแนนเครื่องมือวัดความเร็วให้สูง แต่ต้องทำให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าถึงข้อมูลและใช้งานเว็บไซต์ได้สะดวกจริงค่ะ

✅ 5. สร้างความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์

เว็บไซต์ควรมีสัญญาณที่ช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบตัวตนและความน่าเชื่อถือได้ เช่น

  • ข้อมูลบริษัท
  • ประวัติผู้เขียน
  • ผลงานหรือ Case Study
  • รีวิวจากลูกค้า
  • แหล่งอ้างอิง
  • ช่องทางติดต่อ
  • Brand Mention
  • Backlink ที่มีคุณภาพ

โดยเฉพาะเว็บไซต์บริการ การแสดงให้เห็นว่า “ใครเป็นผู้ให้ข้อมูล” และ “มีประสบการณ์จริงอย่างไร” มีความสำคัญมากขึ้นค่ะ

✅ 6. อัปเดตเนื้อหาเก่าอย่างสม่ำเสมอ

บทความที่เคยติดอันดับไม่ได้หมายความว่าจะรักษาอันดับได้ตลอดไปค่ะ

ควรตรวจสอบเป็นระยะว่า

  • ข้อมูลยังถูกต้องหรือไม่
  • มีข้อมูลใหม่ที่ควรเพิ่มหรือไม่
  • Search Intent เปลี่ยนไปหรือไม่
  • มีลิงก์เสียหรือไม่
  • คู่แข่งมีเนื้อหาที่ครบกว่าหรือไม่
  • Title และ Description ยังเหมาะสมหรือไม่
  • มีหัวข้อหรือคำถามใหม่จากผู้ใช้งานหรือไม่

การอัปเดตควรทำเมื่อเนื้อหาจำเป็นต้องเปลี่ยน ไม่จำเป็นต้องแก้วันที่หรือเพิ่มข้อความเพียงเล็กน้อยเพื่อทำให้บทความดูใหม่ค่ะ

✅ 7. วัดผลและพัฒนา SEO อย่างต่อเนื่อง

SEO ไม่ใช่งานที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นกระบวนการระยะยาวที่ต้องวิเคราะห์ข้อมูลและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องค่ะ

เครื่องมือที่ควรใช้ เช่น

  • Google Search Console
  • Google Analytics
  • Google Keyword Planner
  • Ahrefs หรือเครื่องมือ SEO อื่น ๆ
  • PageSpeed Insights

ควรติดตามทั้ง

  • Organic Click
  • Impression
  • CTR
  • Keyword Ranking
  • Organic Traffic
  • Conversion
  • Lead หรือยอดขาย

เพราะเป้าหมายของ SEO ไม่ควรหยุดอยู่แค่คำว่า “ติดหน้าแรก Google” แต่ควรสร้าง Traffic ที่มีคุณภาพ และสามารถต่อยอดเป็น Lead หรือยอดขายให้กับธุรกิจได้ด้วยค่ะ

📊 SEO vs Google Ads ต่างกันอย่างไร

  • SEO: เหมาะกับการสร้างผลลัพธ์ระยะยาว ต้นทุนต่ำในอนาคต
  • Google Ads: เห็นผลเร็ว เหมาะกับการกระตุ้นยอดขายระยะสั้น

ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มักใช้ทั้งสองอย่างควบคู่กัน

📈 SEO ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ เมื่อคนหันไปใช้ AI Search?

คำตอบคือ จำเป็นมากกว่าเดิม

เพราะ

  • AI ไม่ได้สร้างข้อมูลจากศูนย์
  • AI ต้องอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ หรือ เว็บไซต์ที่ติดอันดับหน้าแรกของ Google Search
  • และ SEO คือกระบวนการที่ทำให้เว็บไซต์ “ถูก AI เลือก ที่จะนำข้อมูลไปใช้ตอบคำถามเหล่านั้น”

ธุรกิจที่ไม่ทำ SEO จะค่อย ๆ หายไปทั้งจาก

  • หน้าค้นหา Google Search
  • และผลลัพธ์ของ AI Search ในอนาคต
SEO คืออะไร และควรเริ่มทำหรือไม่

สรุป: SEO คืออะไร และควรเริ่มทำหรือไม่

SEO คือ กลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้เว็บไซต์ถูกค้นหาเจอ ทั้งโดย Google และ AI Search ในยุคใหม่ เป็นการวางรากฐานให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือ มีเนื้อหาคุณภาพ และสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว ในวันที่พฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนจากการ “ค้นหาบน Google” ไปสู่การ “ถาม AI”

เว็บไซต์ที่ทำ SEO อย่างถูกต้อง จะยังคงเป็นแหล่งข้อมูลหลักที่ AI เลือกใช้อ้างอิง

หากคุณต้องการให้เว็บไซต์เติบโตอย่างมั่นคง
ทั้งใน Google และบนแพลตฟอร์ม AI
SEO คือสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม และควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้

อ่านบทความต่อ 20 วิธีการทำ SEO สายขาว ทำต่อเนื่อง 6 เดือน ได้ผล 100 %

❓ FAQ – คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SEO

A: โดยทั่วไปใช้เวลา 3–6 เดือน ขึ้นอยู่กับการแข่งขันและคุณภาพเว็บไซต์

A: สามารถทำเองได้ แต่ต้องมีความรู้ทั้งด้านเนื้อหา เทคนิค และการวิเคราะห์

A: จำเป็นมาก เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคยังคงค้นหาผ่าน Google เป็นหลัก

💼 แนะนำบริการรับทำ SEO โดย ABDA

หากคุณต้องการให้เว็บไซต์ติดหน้าแรก Google อย่างเป็นระบบ ABDA ให้บริการรับทำ SEO แบบครบวงจร ตั้งแต่

  • วิเคราะห์เว็บไซต์และคีย์เวิร์ด
  • ปรับโครงสร้างเว็บไซต์ให้เหมาะกับ SEO
  • เขียนคอนเทนต์คุณภาพ
  • รายงานผลและวัดผลได้จริง

เรามุ่งเน้นผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ไม่ใช้เทคนิคผิดกฎ พร้อมดูแลเว็บไซต์ของคุณเหมือนธุรกิจของเราเอง
👉 สนใจบริการ SEO ติดต่อทีมงาน ABDA ได้ที่ https://abda.co.th/seo/

อ้างอิง:
Google SEO Starter Guide – คู่มือสำหรับผู้เริ่มต้น SEO จาก Google Search Central

คู่มือ Technical SEO จาก Google Search Central – แนวทางด้านเทคนิคที่ช่วยให้ Google เข้าใจเว็บไซต์ของคุณได้ดีขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *