
การทำการตลาดออนไลน์ในปัจจุบันมีเครื่องมือหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้ หนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องคือ Display Ads หรือโฆษณาแบบแบนเนอร์ที่แสดงตามเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และแพลตฟอร์มต่าง ๆ บนเครือข่ายของ Google
หลายธุรกิจอาจคุ้นเคยกับการทำ โฆษณา Google Ads แบบค้นหา (Search Ads) ที่ปรากฏเมื่อผู้ใช้งานค้นหาคำใน Google แต่ Display Ads มีบทบาทแตกต่างออกไป เพราะช่วยให้แบรนด์สามารถ “เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายก่อนที่เขาจะค้นหา” ได้
บทความนี้จะอธิบายว่า Display Ads คืออะไร เหมาะกับธุรกิจแบบไหน และควรใช้ในช่วงเวลาใดของกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจเลือกใช้โฆษณาได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่ามากขึ้น
🖥️ โฆษณา Display Ads คืออะไร

Display Ads คือรูปแบบโฆษณาที่ใช้ภาพ แบนเนอร์ หรือกราฟิก เพื่อแสดงบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันที่เป็นพันธมิตรกับ Google ผ่านเครือข่ายที่เรียกว่า Google Display Network (GDN)
โฆษณาประเภทนี้สามารถปรากฏในหลายตำแหน่ง เช่น
- แบนเนอร์บนเว็บไซต์ข่าวหรือเว็บไซต์บทความ
- โฆษณาในแอปพลิเคชันมือถือ
- โฆษณาใน YouTube (บางรูปแบบ)
- โฆษณาบนเว็บไซต์ที่อยู่ในเครือข่าย Google
ข้อดีของ Display Ads คือ สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานจำนวนมาก และช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ได้ดี
🎯 โฆษณา Display Ads เหมาะกับธุรกิจแบบไหน
แม้ว่า Display Ads จะสามารถใช้ได้กับหลายธุรกิจ แต่จะเห็นผลชัดเจนกับธุรกิจที่มีเป้าหมายด้านการสร้างการรับรู้แบรนด์ หรือธุรกิจที่ต้องการกระตุ้นความสนใจของลูกค้า
🏢 1. ธุรกิจที่ต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์
สำหรับธุรกิจใหม่หรือแบรนด์ที่ต้องการให้คนรู้จักมากขึ้น Display Ads เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ เพราะโฆษณาสามารถปรากฏต่อผู้ใช้งานจำนวนมากในเวลาเดียวกัน
ตัวอย่างธุรกิจที่เหมาะ เช่น
- ธุรกิจเปิดตัวสินค้าใหม่
- ธุรกิจที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์
- บริษัทที่ต้องการทำ Branding ระยะยาว
โฆษณาแบบแบนเนอร์ที่ออกแบบดี สามารถช่วยให้ผู้ชมจดจำแบรนด์ได้ง่าย
🛍️ 2. ธุรกิจ E-commerce หรือร้านค้าออนไลน์
ร้านค้าออนไลน์สามารถใช้ Display Ads เพื่อดึงลูกค้ากลับมาที่เว็บไซต์ได้ โดยเฉพาะการทำ Remarketing
ตัวอย่างเช่น
-
ลูกค้าเคยเข้าดูสินค้า แต่ยังไม่ได้ซื้อ
-
ลูกค้าใส่สินค้าในตะกร้าแต่ยังไม่ชำระเงิน
ระบบจะสามารถแสดงโฆษณาสินค้านั้นอีกครั้งเมื่อผู้ใช้เข้าเว็บไซต์อื่น ทำให้โอกาสในการปิดการขายเพิ่มขึ้น
📚 3. ธุรกิจบริการที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ
ธุรกิจบริการหลายประเภท เช่น
- บริษัทที่ปรึกษา
- บริษัทการตลาด
- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
- ธุรกิจการศึกษา
สามารถใช้ Display Ads เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และทำให้ผู้ใช้งานคุ้นเคยกับชื่อบริษัทก่อนตัดสินใจใช้บริการ
เมื่อผู้ใช้งานเห็นแบรนด์ซ้ำหลายครั้ง โอกาสที่เขาจะคลิกหรือค้นหาบริษัทในภายหลังจะเพิ่มขึ้น
📱 4. ธุรกิจที่มีเนื้อหาการตลาด (Content Marketing)
หากธุรกิจมีบทความ บล็อก หรือคอนเทนต์ความรู้ Display Ads สามารถช่วยโปรโมตเนื้อหาเหล่านั้นได้
ตัวอย่างเช่น
- โปรโมตบทความบนเว็บไซต์
- โปรโมตคู่มือหรือ Ebook
- โปรโมต Webinar หรือคอร์สออนไลน์
การทำโฆษณาเพื่อดึงคนเข้าอ่านคอนเทนต์ จะช่วยสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว
⏰ ควรใช้ Display Ads เมื่อไหร่

การเลือกลงโฆษณา Google Ads ให้เหมาะสมกับช่วงของการตลาด จะช่วยให้การใช้เงินโฆษณามีประสิทธิภาพมากขึ้น
🚀 1. ช่วงเปิดตัวสินค้าใหม่
เมื่อธุรกิจเปิดตัวสินค้าใหม่ Display Ads สามารถช่วยกระจายการรับรู้ได้อย่างรวดเร็ว
โฆษณาแบบแบนเนอร์ที่มีภาพสินค้าและข้อความสั้น ๆ จะช่วยให้ผู้คนเห็นสินค้าและเกิดความสนใจ
🔁 2. ใช้ทำ Remarketing
หนึ่งในจุดเด่นของ Display Ads คือการทำ Remarketing
ระบบสามารถแสดงโฆษณาให้กับผู้ที่เคยเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ เช่น
- เคยดูสินค้า
- เคยอ่านบทความ
- เคยเข้าหน้าบริการ
การเห็นโฆษณาซ้ำช่วยเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะกลับมาที่เว็บไซต์อีกครั้ง
📊 3. เมื่อธุรกิจต้องการเพิ่ม Traffic เว็บไซต์
Display Ads สามารถช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับการทำคอนเทนต์หรือ การเขียนบทความ SEO
การนำผู้ชมเข้ามาอ่านบทความหรือดูบริการ จะช่วยสร้างโอกาสในการเปลี่ยนผู้เข้าชมให้กลายเป็นลูกค้า
🎯 4. เมื่อมีการทำการตลาดหลายช่องทาง
Display Ads จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับช่องทางอื่น เช่น
- SEO
- Search Ads
- Social Media Ads
- Content Marketing
การที่ผู้ใช้งานเห็นแบรนด์ในหลายช่องทาง จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและโอกาสในการตัดสินใจซื้อ
📈 ข้อดีของ Display Ads ที่ธุรกิจควรรู้
การใช้ Display Ads มีข้อดีหลายด้านที่ช่วยสนับสนุนการทำการตลาดออนไลน์
1. เข้าถึงผู้ใช้งานจำนวนมาก
เครือข่าย Google Display Network สามารถเข้าถึงเว็บไซต์และแอปจำนวนมหาศาล
2. สร้างการจดจำแบรนด์ได้ดี
โฆษณาแบบภาพช่วยให้ผู้ชมจดจำแบรนด์ได้ง่ายกว่าข้อความ
3. กำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียด
สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายตามความสนใจ อายุ พื้นที่ หรือพฤติกรรมการใช้งานได้
4. ใช้งบประมาณยืดหยุ่น
ธุรกิจสามารถกำหนดงบประมาณต่อวันได้ตามต้องการ
สรุป
Display Ads เป็นเครื่องมือสำคัญของการทำการตลาดออนไลน์ที่ช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ เพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ และกระตุ้นความสนใจของลูกค้า
ธุรกิจที่เหมาะกับการใช้ Display Ads ได้แก่
- ธุรกิจที่ต้องการสร้าง Brand Awareness
- ธุรกิจ E-commerce
- ธุรกิจบริการ
- ธุรกิจที่ทำ Content Marketing
การใช้ Display Ads ควบคู่กับ โฆษณา Google Ads รูปแบบอื่น เช่น Search Ads จะช่วยให้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างผลลัพธ์ได้ดียิ่งขึ้นในระยะยาว
FAQ – Display Ads

Q1. Display Ads ต่างจาก Search Ads อย่างไร?
A: Display Ads เป็นโฆษณาแบบภาพที่แสดงบนเว็บไซต์หรือแอปในเครือข่าย Google ขณะที่ Search Ads จะปรากฏเมื่อผู้ใช้งานค้นหาคำใน Google
Q2. งบประมาณเริ่มต้นสำหรับ Display Ads ควรเท่าไหร่?
A: โดยทั่วไปธุรกิจสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่งบประมาณหลักร้อยถึงหลักพันบาทต่อวัน ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการโฆษณา กลุ่มเป้าหมาย และการแข่งขันในตลาด
🚀 บริการรับทำโฆษณา Google Ads
หากธุรกิจของคุณต้องการเพิ่มยอดขาย สร้างการรับรู้แบรนด์ และเข้าถึงลูกค้าออนไลน์ได้มากขึ้น การวางแผนและบริหาร โฆษณา Google Ads อย่างมืออาชีพเป็นสิ่งสำคัญ
ทีมงานจาก ABDA ให้บริการวางกลยุทธ์และดูแลโฆษณา Google Ads แบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น
- การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย
- การวางโครงสร้างแคมเปญ
- การออกแบบโฆษณา Display Ads
- การปรับปรุงแคมเปญเพื่อเพิ่มผลลัพธ์
- การวิเคราะห์ข้อมูลและรายงานผล
ด้วยประสบการณ์ด้านการตลาดออนไลน์ เราช่วยให้ธุรกิจใช้เงินโฆษณาได้อย่างคุ้มค่า และสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง
หากต้องการเริ่มต้นทำ โฆษณา Google Ads อย่างมีประสิทธิภาพ
สามารถดูรายละเอียดบริการเพิ่มเติมได้ที่ https://abda.co.th/google-ads/