ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่เริ่มค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบราคา อ่านรีวิว และตัดสินใจซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ คำว่า Digital Marketing คือ หนึ่งในเรื่องสำคัญที่เจ้าของธุรกิจยุคใหม่ควรรู้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ร้านค้าออนไลน์ บริษัท B2B หรือแบรนด์ที่ต้องการเพิ่มยอดขายบนเว็บไซต์
จากรายงาน Data Reportal Digital 2026: Thailand ประเทศไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 67.8 ล้านคน คิดเป็น 94.7% ของประชากร และมีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียประมาณ 56.6 ล้านบัญชี สะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภคไทยอยู่บนโลกออนไลน์แทบจะตลอดเวลา ขณะเดียวกัน Google Search Central ยังอธิบายว่า SEO เป็นการช่วยให้ Search Engine เข้าใจเนื้อหาเว็บไซต์ และช่วยให้ผู้ใช้ค้นพบเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น ส่วน Mailchimp ให้นิยาม Digital Marketing ว่าเป็นการโปรโมตแบรนด์ผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Social Media, Email, Website และโฆษณาดิจิทัล
ถ้าธุรกิจอยากให้ลูกค้าเจอ อยากให้แบรนด์ดูน่าเชื่อถือ และอยากเพิ่มโอกาสในการขาย การทำ Digital Marketing ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่คำถามสำคัญคือ “ควรทำเองไหม หรือควรจ้างเอเจนซี่ดูแล?” บทความนี้จะพาไล่ให้เข้าใจแบบภาษาง่าย ๆ ค่ะ
ตารางสถิติดิจิทัลที่เจ้าของธุรกิจควรรู้
| หัวข้อสถิติ | ตัวเลขโดยประมาณ | ความหมายต่อธุรกิจ |
|---|---|---|
| ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในไทย | 67.8 ล้านคน | ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่บนออนไลน์ |
| อัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต | 94.7% | ธุรกิจแทบทุกประเภทควรมีตัวตนบนดิจิทัล |
| Social Media User Identities | 56.6 ล้านบัญชี | โซเชียลยังเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างการรับรู้ |
| Mobile Connections | 96.6 ล้านการเชื่อมต่อ | ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ผ่านมือถือเป็นหลัก |
| ผู้ใช้ LINE ในไทย | 56 ล้านคน | เหมาะกับการปิดการขายและดูแลลูกค้า |
อ้างอิง: https://datareportal.com/reports/digital-2026-thailand
Digital Marketing คืออะไร?
Digital Marketing คือ การทำการตลาดผ่านช่องทางดิจิทัลทั้งหมด เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้า สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย สร้างความน่าเชื่อถือ และเปลี่ยนคนที่สนใจให้กลายเป็นลูกค้าจริง
ช่องทางของ Digital Marketing มีหลายรูปแบบ เช่น
- 🔍 SEO การทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ Google แบบธรรมชาติ
- 📢 Google Ads การลงโฆษณาเพื่อให้เว็บไซต์แสดงทันทีเมื่อมีคนค้นหา
- 📱 Social Media Marketing การทำคอนเทนต์และโฆษณาบน Facebook, Instagram, TikTok, LINE
- 📝 Content Marketing การเขียนบทความ ให้ความรู้ และสร้างความน่าเชื่อถือ
- 📩 Email Marketing การส่งข่าวสาร โปรโมชั่น หรือดูแลลูกค้าเก่า
- 🌐 Website Marketing การปรับเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย โหลดเร็ว และปิดการขายได้ดี
- 📊 Data Analytics การวัดผลว่าช่องทางไหนสร้างยอดขายได้จริง
ดังนั้น Digital Marketing ไม่ใช่แค่ “โพสต์ลง Facebook” หรือ “ยิงแอด” เท่านั้น แต่เป็นการวางระบบการตลาดออนไลน์ให้ทุกช่องทางทำงานร่วมกันอย่างมีเป้าหมาย
ทำไมธุรกิจยุคนี้ต้องทำ Digital Marketing?
เหตุผลสำคัญคือ พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปมากค่ะ ก่อนลูกค้าจะซื้อสินค้า หรือใช้บริการอะไรสักอย่าง ส่วนใหญ่มักค้นหาข้อมูลก่อน เช่น “บริษัทรับทำ SEO”, “เอเจนซี่ Google Ads”, “บริการทำเว็บไซต์” หรือ “Digital Marketing คืออะไร”
ถ้าเว็บไซต์ของธุรกิจคุณไม่ปรากฏใน Google ไม่มีคอนเทนต์ให้ลูกค้าอ่าน ไม่มีรีวิว ไม่มีโฆษณา หรือไม่มีช่องทางติดต่อที่ชัดเจน โอกาสที่ลูกค้าจะเลือกคู่แข่งก็มีสูงขึ้น
การทำ Digital Marketing ช่วยให้ธุรกิจได้ประโยชน์หลายด้าน เช่น
- เพิ่มการมองเห็นบน Google และ Social Media
- สร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์
- เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำขึ้น
- วัดผลได้ว่าใช้งบไปแล้วคุ้มค่าหรือไม่
- เพิ่มโอกาสปิดการขายผ่านเว็บไซต์หรือช่องทางออนไลน์
- ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้ต่อเนื่องในระยะยาว
Digital Marketing ทำเองได้ไหม?
คำตอบคือ “ทำเองได้” โดยเฉพาะธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น ยังมีงบจำกัด หรือเจ้าของธุรกิจต้องการเรียนรู้ภาพรวมการตลาดออนไลน์ด้วยตัวเอง
สิ่งที่สามารถเริ่มทำเองได้ เช่น
- เขียนบทความให้ความรู้ลงเว็บไซต์
- อัปเดตหน้าเว็บไซต์ให้ข้อมูลครบถ้วน
- โพสต์คอนเทนต์ลง Facebook หรือ TikTok
- ทำ Google Business Profile
- เก็บข้อมูลลูกค้าผ่าน LINE OA
- ดูรายงานเบื้องต้นจาก Google Analytics หรือ Search Console
ข้อดีของการทำเองคือ ประหยัดค่าใช้จ่าย เข้าใจธุรกิจตัวเองลึก และควบคุมเนื้อหาได้เต็มที่ แต่ข้อจำกัดคือ ต้องใช้เวลาเรียนรู้ค่อนข้างมาก และถ้าไม่มีประสบการณ์ อาจทำให้เสียโอกาส เสียเวลา หรือใช้งบโฆษณาไปโดยไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีเท่าที่ควร
แล้วเมื่อไหร่ควรจ้างเอเจนซี่ดูแล?
ถ้าธุรกิจเริ่มจริงจังกับยอดขายออนไลน์ ต้องการขยายฐานลูกค้า หรือมีการแข่งขันสูง การจ้างเอเจนซี่ Digital Marketing อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า เพราะเอเจนซี่มีทีมที่ดูแลหลายด้านพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น SEO, Google Ads, Content, Website, Tracking และการวิเคราะห์ผลลัพธ์
สถานการณ์ที่ควรพิจารณาจ้างเอเจนซี่ เช่น
- ต้องการเพิ่มลูกค้าจาก Google อย่างจริงจัง
- ลงโฆษณาเองแล้วใช้งบเยอะ แต่ยอดขายไม่มา
- เว็บไซต์มีคนเข้า แต่ไม่มีคนติดต่อ
- ไม่มีเวลาทำคอนเทนต์หรือวิเคราะห์ข้อมูลเอง
- ต้องการวางแผน SEO ระยะยาว
- ต้องการทีมช่วยดูแลทั้งเว็บไซต์ โฆษณา และคอนเทนต์
- ธุรกิจมีคู่แข่งเยอะ และต้องการกลยุทธ์ที่ชัดเจนกว่าเดิม
พูดง่าย ๆ คือ ถ้า Digital Marketing เป็นแค่การทดลองเล็ก ๆ อาจเริ่มทำเองได้ แต่ถ้ามองว่าเป็น “ช่องทางสร้างยอดขายหลัก” การมีทีมมืออาชีพช่วยดูแลจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสให้ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้น
Digital Marketing กับ Online Marketing ต่างกันอย่างไร?
Digital Marketing และ Online Marketing เป็นรูปแบบการตลาดที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย แต่มีขอบเขตการใช้งานแตกต่างกัน โดย Digital Marketing ครอบคลุมการตลาดผ่านสื่อดิจิทัลทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ขณะที่ Online Marketing เน้นการทำการตลาดผ่านช่องทางที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นหลัก
ความแตกต่างระหว่าง Digital Marketing และ Online Marketing
|
หัวข้อ |
Digital Marketing |
Online Marketing |
|---|---|---|
|
ความหมาย |
การตลาดผ่านเทคโนโลยีและสื่อดิจิทัล |
การตลาดผ่านอินเทอร์เน็ต |
|
ช่องทาง |
เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน SMS ป้ายโฆษณาดิจิทัล |
เว็บไซต์ Google Facebook TikTok |
|
การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต |
ไม่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตทุกช่องทาง |
ต้องใช้อินเทอร์เน็ต |
|
ตัวอย่าง |
SEO, Google Ads, SMS Marketing, Digital Signage |
SEO, Google Ads, Social Media Marketing |
|
การวัดผล |
ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและช่องทางที่ใช้ |
มักติดตามผลผ่านเครื่องมือวิเคราะห์ออนไลน์ได้โดยตรง |
ธุรกิจควรเลือก Digital Marketing หรือ Online Marketing?
การเลือกใช้กลยุทธ์ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและพฤติกรรมของลูกค้า หากธุรกิจต้องการเพิ่มยอดขายผ่านเว็บไซต์หรือช่องทางโซเชียลมีเดีย Online Marketing เช่น SEO, Google Ads และ Facebook Ads ถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
แต่หากต้องการเข้าถึงลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัลที่หลากหลาย ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เช่น การส่ง SMS หรือโฆษณาผ่านจอดิจิทัล การวางกลยุทธ์ Digital Marketing แบบครอบคลุมจะช่วยให้ธุรกิจสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น
สรุป: Online Marketing เป็นส่วนหนึ่งของ Digital Marketing โดยทั้งสองรูปแบบมีเป้าหมายร่วมกันคือเพิ่มการเข้าถึงลูกค้า สร้างการรับรู้แบรนด์ และเพิ่มโอกาสในการขาย ธุรกิจจึงไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงรูปแบบเดียว แต่ควรเลือกใช้ช่องทางให้เหมาะสมกับงบประมาณและเป้าหมายทางการตลาดค่ะ
ทำเอง vs จ้างเอเจนซี่ แบบไหนเหมาะกว่า?
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ทำเอง | จ้างเอเจนซี่ |
| ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น | ต่ำกว่า | สูงกว่า แต่มีทีมดูแล |
| ความเร็วในการเริ่ม | เริ่มได้ทันที | ต้องวางแผนและตั้งระบบ |
| ความเชี่ยวชาญ | ต้องเรียนรู้เอง | มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน |
| การวัดผล | อาจดูได้เฉพาะเบื้องต้น | วิเคราะห์เชิงลึกได้มากกว่า |
| ความต่อเนื่อง | ขึ้นอยู่กับเวลาของเจ้าของธุรกิจ | มีทีมช่วยดูแลต่อเนื่อง |
| ความเหมาะสม | ธุรกิจเริ่มต้น งบน้อย | ธุรกิจที่ต้องการเติบโตจริงจัง |
ช่องทาง Digital Marketing ที่ธุรกิจควรให้ความสำคัญ
1. SEO ทำให้ลูกค้าเจอธุรกิจจาก Google
SEO เป็นช่องทางที่เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการผลลัพธ์ระยะยาว เพราะเมื่อลูกค้าค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับบริการของคุณ แล้วเว็บไซต์ติดอันดับดี โอกาสได้ลูกค้าแบบไม่ต้องจ่ายค่าโฆษณาต่อคลิกก็เพิ่มขึ้น
ตัวอย่างเช่น ธุรกิจเอเจนซี่อาจทำคีย์เวิร์ด “รับทำ SEO”, “บริการ Google Ads”, “บริษัทรับทำเว็บไซต์” หรือ “Digital Marketing คือ” เพื่อดึงลูกค้าที่กำลังหาข้อมูลและมีความสนใจจริง
2. Google Ads เหมาะกับธุรกิจที่อยากเห็นผลเร็ว
Google Ads ช่วยให้เว็บไซต์แสดงผลทันทีเมื่อมีคนค้นหาคำที่เกี่ยวข้อง เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการลูกค้าเร็ว เช่น บริการที่มีการแข่งขันสูง บริการเร่งด่วน หรือธุรกิจที่ต้องการเก็บ Lead เข้าทีมขาย
แต่การลงโฆษณาให้คุ้ม ไม่ใช่แค่ใส่งบแล้วจบ ต้องดูคีย์เวิร์ด หน้า Landing Page ข้อความโฆษณา กลุ่มเป้าหมาย และ Conversion Tracking ให้ดี
3. Content Marketing สร้างความน่าเชื่อถือ
คอนเทนต์ที่ดีช่วยให้ลูกค้าเข้าใจแบรนด์มากขึ้น เช่น บทความให้ความรู้ รีวิว เคสตัวอย่าง หรือคำแนะนำก่อนตัดสินใจซื้อ ยิ่งธุรกิจที่ต้องใช้ความน่าเชื่อถือ เช่น บริการ B2B การตลาด กฎหมาย การเงิน สุขภาพ หรืออสังหาริมทรัพย์ คอนเทนต์ยิ่งมีความสำคัญมาก
4. Social Media ช่วยให้แบรนด์ใกล้ชิดลูกค้า
Social Media เหมาะกับการสร้างการรับรู้ สื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ และทำให้ลูกค้าเห็นธุรกิจบ่อยขึ้น แต่ควรใช้ร่วมกับเว็บไซต์และการเก็บข้อมูลลูกค้า ไม่ควรพึ่งพาแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งมากเกินไป
Digital Marketing Strategy คืออะไร? สำคัญต่อธุรกิจอย่างไร?
Digital Marketing Strategy คือ กลยุทธ์การตลาดดิจิทัล ที่ธุรกิจใช้วางแผนการทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ Google Search, Facebook, TikTok และ YouTube โดยมีเป้าหมายเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการ เพิ่มการรับรู้แบรนด์ สร้างยอดขาย และใช้งบประมาณการตลาดอย่างคุ้มค่า
การมีกลยุทธ์ Digital Marketing ที่ชัดเจนช่วยให้ธุรกิจเลือกใช้ช่องทางการตลาดได้อย่างเหมาะสม แทนที่จะลงทุนโฆษณาหลายช่องทางโดยไม่มีแผนหรือเป้าหมายที่แน่นอน
Digital Marketing Strategy สำคัญต่อธุรกิจอย่างไร?
-
เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำ: วิเคราะห์พฤติกรรม ความสนใจ และความต้องการของลูกค้า เพื่อเลือกช่องทางสื่อสารที่เหมาะสม
-
บริหารงบประมาณได้อย่างคุ้มค่า: จัดสรรงบประมาณให้กับช่องทางที่มีโอกาสสร้างยอดขาย เช่น SEO, Google Ads และ Social Media Marketing
-
เพิ่มโอกาสสร้างยอดขาย: วางแผนการตลาดตั้งแต่การสร้างการรับรู้แบรนด์ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ
-
สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน: วิเคราะห์คู่แข่งและพัฒนาจุดขายที่แตกต่าง เพื่อเพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาดออนไลน์
-
วัดผลและปรับปรุงกลยุทธ์ได้: ติดตามตัวชี้วัดสำคัญ เช่น Website Traffic, Conversion Rate, CPA และ ROAS เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงประสิทธิภาพการตลาด
Digital Marketing Strategy เป็นส่วนสำคัญของการทำ Digital Marketing เพราะช่วยให้ธุรกิจมีทิศทางการตลาดที่ชัดเจน ลดการใช้งบประมาณที่ไม่จำเป็น และเพิ่มโอกาสเปลี่ยนผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้กลายเป็นลูกค้า โดยควรวางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของธุรกิจและปรับปรุงจากผลลัพธ์ที่วัดได้อย่างสม่ำเสมอค่ะ
สรุป
Digital Marketing คือ การทำการตลาดออนไลน์ผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้า เพิ่มความน่าเชื่อถือ และสร้างโอกาสในการขายได้มากขึ้น ธุรกิจสามารถเริ่มทำเองได้ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้น แต่ถ้าต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน วัดผลได้ และเติบโตต่อเนื่อง การจ้างเอเจนซี่ที่มีประสบการณ์จะช่วยให้ทำงานได้เป็นระบบมากกว่า
หัวใจสำคัญไม่ใช่แค่ทำให้ธุรกิจของคุณ “มีตัวตนบนช่องทางออนไลน์” แต่ต้องทำให้ลูกค้าเจอ เข้าใจ เชื่อมั่น และตัดสินใจติดต่อธุรกิจของคุณได้ง่ายที่สุด
อ่านบทความต่อ: 10 ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับเว็บไซต์ Google ที่คนทำ SEO ต้องรู้
FAQ คำถามที่พบบ่อย
Digital Marketing คือ การทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ Google Social Media Email และโฆษณาดิจิทัล เพื่อให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์มากขึ้น และเพิ่มโอกาสในการขาย
ทำเองได้ค่ะ โดยเฉพาะธุรกิจเริ่มต้นที่มีงบจำกัด แต่ต้องใช้เวลาเรียนรู้หลายเรื่อง เช่น SEO, Ads, Content, Website และการวัดผล หากต้องการผลลัพธ์ที่เร็วและเป็นระบบมากขึ้น การจ้างเอเจนซี่จะช่วยประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดได้
แนะนำให้เริ่มจากเว็บไซต์และ SEO เพราะเป็นฐานหลักของธุรกิจบนออนไลน์ จากนั้นค่อยเสริมด้วย Google Ads เพื่อเพิ่มลูกค้าเร็วขึ้น และใช้ Social Media ช่วยสร้างการรับรู้กับกลุ่มเป้าหมาย
หากคุณกำลังมองหาทีมช่วยดูแล Digital Marketing Agency แบบครบวงจร abda marketing พร้อมช่วยวางแผนและดูแลการตลาดออนไลน์ให้เหมาะกับเป้าหมายของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการทำ SEO, Google Ads, Content Marketing, Website Development หรือการวางกลยุทธ์เพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย
เราช่วยดูตั้งแต่การวิเคราะห์เว็บไซต์ วางคีย์เวิร์ด ทำคอนเทนต์ ปรับโครงสร้าง SEO ลงโฆษณา ไปจนถึงการวัดผล เพื่อให้ทุกงบประมาณที่ใช้ไปมีทิศทางและตรวจสอบได้ เหมาะสำหรับธุรกิจที่อยากเติบโตบนออนไลน์อย่างจริงจัง
ดูรายละเอียดบริการรับทำ SEO เพิ่มเติมได้ที่ https://abda.co.th/seo/

